01 October 2017 253 views

          รัฐบาลพร้อมเดินหน้ากฎหมายน้ำ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม เกิดความเสมอภาค ขอประชาชนคลายความกังวลเรื่องการเก็บค่าน้ำ รัฐพร้อมให้คำตอบทุกข้อสงสัย กฎหมายฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำให้ทั่วถึงทุกภาคส่วน ลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ไม่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป

          นายวรศาสน์  อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่าข้อมูลจาก UNESCO กำหนดว่าหากปริมาณน้ำต่อคนต่อปีต่ำกว่า 5,000 ลูกบาศก์เมตร ถือว่าประเทศนั้นอยู่ในระดับการขาดแคลนน้ำรุนแรง ซึ่งประเทศไทยปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยการใช้น้ำต่อคนต่อปี 3,200 ลูกบาศก์เมตร ดังนั้นถือได้ว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ จึงจำเป็นต้องมีกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำที่รัฐบาลผลักดันในสภาขณะนี้ ถือว่ามีความสำคัญจะเข้ามามีบทบาทให้เกิดความเป็นธรรมในทุกภาคส่วน โดยกำหนดประเภทการใช้น้ำไว้ 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 การใช้น้ำสาธารณะเพื่อนำมาใช้ยังชีพ เพื่อให้มีรายได้พอสมควรเพื่อดูแลครอบครัว ทั้งนี้แต่ละฐานอาชีพจะไม่เท่ากัน เช่นน้ำเพื่อการเกษตรกับน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์ ครอบคลุมทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ประเภทนี้จะไม่มีการเก็บค่าใช้น้ำ ประเภทที่ 2 คือผู้ที่นำน้ำจากสาธารณะไปเพิ่มมูลค่า เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น กลุ่มแรกที่เป็นการใช้น้ำเพื่ออุตสาหกรรมหรือการเกษตรเชิงพาณิชย์ การทำปศุสัตว์ ส่วนนี้จะเริ่มคิดค่าใช้น้ำโดยมีเพดานไม่เกิน 50 สตางค์ต่อลูกบาศก์เมตร กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมากขึ้น หรือเป็นภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทอัตราค่าใช้น้ำไม่ต่ำกว่า 1 และไม่เกิน 3 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ประเภทที่ 3 ที่มีการใช้น้ำปริมาณมาก เช่นโรงงานไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีเพดานค่าใช้น้ำไม่เกิน 3 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ลำดับในการจัดสรรน้ำจะมีการจัดสรรให้ผู้ใช้น้ำประเภทที่ 1 ก่อนจากนั้นตามด้วยประเภทที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

          ปัจจุบันมีหลายภาคส่วนให้ความสำคัญ และแสดงความห่วงใยกับข้อกฎหมายดังกล่าว มีข้อเสนอแนะที่ดีสำหรับการออกกฎกระทรวงตามมาตรา 39 แห่งร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. .... ในการกำหนดประเภทการใช้น้ำว่าจะมีการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ข้อมูลประเภทการใช้น้ำที่นำเสนอข้างต้น เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ได้จากการศึกษารับฟังความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเมื่อปี 2551 ดังนั้น เมื่อกฎหมายผ่านสภาแล้ว จำเป็นต้องมาศึกษาความเหมาะสมให้เป็นปัจจุบันอีกครั้งเพื่อประกอบการออกกฎกระทรวงตามมาตรา 39 และต้องจัดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ตาม การเก็บค่าใช้น้ำประเภทที่ 2 และ 3 สามารถยกเว้นได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 47 จึงขอให้ทุกภาคส่วนติดตามความก้าวหน้าและให้ความเห็นในการออกกฎกระทรวงดังกล่าวต่อไป ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำให้ความมั่นใจว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้สร้างภาระแก่ประชาชนแต่อย่างใด แต่จะเป็นการปิดช่องว่างของการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา 1355 และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 57 มาตรา 72(4) และมาตรา 258 ช(1)

          ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลผ่านทางสายด่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ที่Green callโทร 1310 กด 5

หน่วยงาน : สำนักงานเลขานุการกรม
shadow

Advance search

Announcement Human Resources
Internal department
ministry
Other Agency
association
Government policies and standards
Government service