“สุชาติ” ลงพื้นที่สงขลา ติดตามพัฒนาพรุสาคู เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 5 เท่า เสริมความมั่นคงด้านน้ำ–อาชีพชุมชน


31 สิงหาคม 2569 79 views

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน โครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมทรัพยากรน้ำ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การพัฒนาพรุสาคูเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำ ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในช่วงอุทกภัยและภัยแล้ง ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศของแหล่งน้ำให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน
“โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาแหล่งน้ำไม่ใช่เพียงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน แต่ต้องทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปต่อยอดการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีความต่อเนื่องและยั่งยืน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว
ภายหลังการดำเนินโครงการ พรุสาคูสามารถเพิ่มปริมาตรเก็บกักน้ำจากเดิม 25,000 ลูกบาศก์เมตร เป็น 129,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า พร้อมเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากเดิม 78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 170 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขัง และเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนในพื้นที่
โครงการมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 550 ไร่ ครอบคลุมประชาชน 476 ครัวเรือน โดยปริมาณน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถนำไปสนับสนุนภาคการเกษตร ทั้งสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรประมาณ ร้อยละ 20 โดยสวนยางพารามีรายได้เพิ่มจากประมาณ 12,000 บาท เป็น 14,400 บาทต่อไร่ต่อปี ปาล์มน้ำมันจาก 10,000 บาท เป็น 12,000 บาทต่อไร่ต่อปี และสวนผลไม้จาก 15,000 บาท เป็น 18,000 บาทต่อไร่ต่อปี
นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมทรัพยากรน้ำให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาพรุสาคูได้ดำเนินการอย่างครอบคลุม ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและระบายน้ำ การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำประปาและภาคการเกษตร ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศของแหล่งน้ำ
“สิ่งสำคัญหลังจากการพัฒนาแหล่งน้ำ คือการทำให้น้ำที่มีอยู่เกิดประโยชน์สูงสุดและสามารถบริหารจัดการได้อย่างยั่งยืน กรมทรัพยากรน้ำจึงส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้ใช้น้ำ พร้อมประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เพื่อให้พรุสาคูเป็นแหล่งน้ำที่สร้างประโยชน์แก่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว” อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าว
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ยังได้ร่วม ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อฟื้นฟูและสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ มอบกล้าไม้แก่ประชาชน และปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณโครงการ สะท้อนแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำ การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการร่วมกันดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำไปสู่ ความมั่นคงด้านน้ำ ความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างยั่งยืน

หน่วยงาน : ส่วนประชาสัมพันธ์
shadow

การค้นหาขั้นสูง