นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกรมทรัพยากรน้ำ

๑.ข้อมูลเบื้องต้น
               ตามนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกรมทรัพยากรน้ำ ได้กำหนดขอบเขตให้การคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลนี้ ใช้กับการดำเนินการใด ๆ ของกรมทรัพยากรน้ำต่อข้อมูลส่วนนบุคคลที่กรมทรัพยากรน้ำ รวบรวม จัดเก็บ หรือได้รับมาตามวัตถุประสงค์เท่านั้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวรวมถึงข้อมูลที่ผู้ใช้บริการ ใช้บริการ ของ กรมทรัพยากรน้ำด้วย ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลของผ้ใช้บริการได้เช่นเดียวกับ ชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ ของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ข้อมูลส่วนบุคคลในที่นี้ ไม่ได้ รวมถึงข้อมูลที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้เป็นการทั่วไป นอกจากนี้ยังได้ระบุขอบเขตของนโยบายฯ ดังกล่าว เพิ่มเติมว่าไม่ใช้กับแนวปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานอื่นที่กรมทรัพยากรน้ำ มิได้เกี่ยวข้องหรือสามารถควบคุมได้และไม่ใช้บังคับกับแนวปฏิบัติของบุคคลที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่หรือพนักงานของกรมทรัพยากรน้ำหรือที่กรมทรัพยากรน้ำไม่มีอำนาจควบคุมดูแล
               ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หรือนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรมทรัพยากรน้ำจะแจ้งประกาศให้ทราบผ่านและขอความยินยอมจากผู้ใช้บริการทางหน้าเว็บไซต์ของ กรมทรัพยากรน้ำ ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน
               กรมทรัพยากรน้ำอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและความมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ ผู้ใช้บริการอ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อนทุกครั้งที่ใช้บริการ

๒.การเก็บรวบรวม จัดประเภทและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
๒.๑  การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของกรมทรัพยากรน้ำผ่านทางการลงทะเบียนหรือการกรอกแบบฟอร์มนั้น ข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอกลงไป ได้แก่ ชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ โดยข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต่อการประมวลผลและการดำเนินงานตามภารกิจ การให้บริการของกรมทรัพยากรน้ำ ส่วนข้อมูลอื่น ๆ นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกที่จะให้ หรือไม่ให้ก็ได้ ซึ่ง ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ กรมทรัพยากรน้ำจะใช้เพื่อปรับปรุงการให้บริการที่ดีขึ้นต่อไป
๒.๒ ผู้ใช้บริการอาจได้รับการร้องขอให้แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลในเวลาใด ๆ ที่ติดต่อกับ กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำอาจมีการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลนี้ในหน่วยงาน โดยจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้รวมทั้งอาจผนวกข้อมูลส่วนบุคคลนี้เข้ากับข้อมูลอื่น ๆ เพื่อการดำเนินงานของหน่วยงาน และข้อมูลที่ผนวกเข้าด้วยกันนี้ จะถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ตราบเท่าที่ ยังคงผนวกเข้าด้วยกันอยู่
๒.๓ กรมทรัพยากรน้ำจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพียงเท่าที่จำเป็น เช่น ชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ เป็นต้น เพื่อใช้ในการติดต่อ การให้บริการประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารของกรมทรัพยากรน้ำเท่านั้น
๒.๔ กรมทรัพยากรน้ำ จะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่ส่งเรื่องร้องเรียน/ติดต่อทางเว็บไซต์โดยจัดเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวไว้ เช่น ชื่อผู้ร้องเรียนอีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์ จัดเก็บข้อมูลหมายเลขไอพีแอดเดรส (IP Address) เป็นต้น ของผู้ใช้บริการทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ กรมทรัพยากรน้ำ เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงต่อไป
               กรมทรัพยากรน้ำแนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อรับทราบและเข้าใจว่าเว็บไซต์ดังกล่าว เก็บรวบรวม ใช้ หรือดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างไร ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำไม่สามารถ รับรอง ข้อความ หรือรับรองการดำเนินการตามที่ได้มีประกาศไว้ และไม่รับผิดชอบใด ๆ หากเว็บไซต์เหล่านั้น ไม่สามารถปฏิบัติการหรือดำเนินการใด ๆ ตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กรมทรัพยากรน้ำที่ได้ประกาศไว้
               (ก) การติดต่อระหว่างหน่วยงานของรัฐ
กรมทรัพยากรน้ำจะติดต่อกับผู้ใช้บริการด้วยการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงสมาชิกใหม่ เพื่อตรวจสอบชื่อผู้ใช้บริการและรหัสผ่าน ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการอาจแจ้งความประสงค์ให้ติดต่อด้วยวิธีการอื่นได้ใน ขณะที่ทำการลงทะเบียน นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของกรมทรัพยากรน้ำได้ ผ่าน ช่องทางอื่นอีกหลายช่องทาง  เช่น อินเทอร์เน็ตของกรมทรัพยากรน้ำที่ http://www.dwr.go.th หรือ ผ่าน ศูนย์ Call Center หมายเลข ๑๓๑๐ กด ๕  เป็นต้น
               (ข) การใช้คุกกี้ (Cookies)
กรมทรัพยากรน้ำมีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกของผู้ใช้บริการใน การเข้าใช้บริการของกรมทรัพยากรน้ำ โดยคุกกี้เป็นไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่ระบบบริการของเว็บไซต์กรมทรัพยากรน้ำ ส่งไปยังโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) ของผู้ใช้บริการ เมื่อผู้ใช้บริการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือใช้บริการเว็บไซต์ ของกรมทรัพยากรน้ำ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้การติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการกับระบบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมทรัพยากรน้ำเป็นไปได้อย่างปกติ คุกกี้ทำให้ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์จากการให้บริการในลักษณะต่าง ๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ และผู้ใช้บริการควรปล่อยให้คุกกี้ทำงานไปตามปกติ ซึ่งคุกกี้ดังกล่าวมิได้ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรน้ำ ไว้ อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้บริการไม่ต้องการที่จะ ยอมรับคุกกี้ ผู้ใช้บริการสามารถเลือกที่จะปฏิเสธคุกกี้ ผู้ใช้บริการก็ยังคงสามารถที่จะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ กรมทรัพยากรน้ำได้ แต่การทำงานบางอย่างบนเว็บไซต์ อาจไม่ถูกต้อง หรือไม่ดีเท่าที่ควร
               (ค) การเก็บข้อมูลสถิติเกี่ยวกับประชากร (Demographic Information)
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการสมัครสมาชิก หรือใช้บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง กรมทรัพยากรน้ำ อาจเก็บ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพิ่มเติม ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพ และที่อยู่ในการติดต่อ เพื่อความสะดวกในการแจ้ง รายละเอียดต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ภายในการปฏิบัติงาน เช่น วิเคราะห์และตรวจสอบ ข้อมูล ปรับปรุงระบบการ ให้บริการและติดต่อกับผู้ใช้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และแจ้งประกาศที่สำคัญ แจ้งการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนด เงื่อนไขและนโยบายต่าง ๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้น
               (ง) บันทึกผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Log Files)
การให้บริการเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรน้ำกำหนดให้มีการเก็บบันทึกการเข้าออก  และระหว่างการเข้าใช้บริการของผู้ใช้บรืการโดยอัตโนมัติที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่า วกับข้อมูลที่ระบุตัว บุคคล เช่น หมายเลขไอพี (IP Address) วันที่ และเวลา ของผู้ใช้บริการซึ่งใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งอาจระบุถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ รวมถึงเว็บไซต์ที่เข้าออกก่อนและหลัง และประเภทของโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็น พนักงาน เจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกิน ๙๐ วันแต่ไม่เกิน ๒ ปี เป็นกรณี พิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้
               (จ) สิทธิในการให้ข้อมูลของผู้ใช้บริการ
ในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์  หน้าเว็บไซต์จะระบุสิทธิที่จะให้ข้อมูลของ ผู้ใช้บริการ โดยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนของข้อมูลที่ผู้ใช้บริการจะต้องให้ กับส่วนของข้อมูลที่ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกที่จะให้หรือไม่ก็ได้ เช่น ข้อมูลช่องทางที่สามารถติดต่อ ผู้ใช้บริการได้สะดวก เป็นต้น นอกจากนี้มี การจัดช่องทางอื่นในการติดต่อสื่อสารให้กับผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะให้ข้อมูลผ่านทางช่องทางอื่นเพื่อเป็นทางเลือก เช่น ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรสาร ไปรษณีย์ หรือยื่นข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รวบรวม ข้อมูลโดยตรง เป็นต้น

๓. การแสดงระบุความเชื่อมโยงให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงาน หรือองค์กรอื่น
กรมทรัพยากรน้ำมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยให้ข้อมูลหรือ ใช้ข้อมูลระหว่างกัน เช่น ข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เป็นต้น ตามภารกิจของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการจัดเก็บรวบรวม และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลดังกล่าวที่เชื่อมโยงกันนั้น กรมทรัพยากรน้ำปฏิบัติตาม นโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ประกาศไว้ และเนื่องจากนโยบายและแนวปฏิบัติของ หน่วยงานอื่นอาจมีความแตกต่างกัน ดังนั้น กรมทรัพยากรน้ำ ขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการ ศึกษา นโยบายและ แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานเหล่านั้นด้วย กรมทรัพยากรน้ำต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการ ทราบเพื่อให้ความยินยอมล่วงหน้าก่อนทำการ เปลี่ยนแปลงการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงาน หรือองค์กรอื่น

๔. การรวมข้อมูลจากที่มาหลาย ๆ แห่ง
ในบางกรณีกรมทรัพยากรน้ำอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการให้ข้อมูลผ่า นทางเว็บไซต์รวมเข้ากับข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลที่อยู่ปัจจุบันของผู้ใช้บริการ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อทำให้ข้อมูลของ กรมทรัพยากรน้ำมีความครบถ้วนและถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเพื่อให้กรมทรัพยากรน้ำ สามารถให้บริการตาม ภารกิจและหน้าที่ได้อย่างดียิ่งขึ้น

๕. การให้บุคคลอื่นใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
กรมทรัพยากรน้ำไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลที่กรมทรัพยากรน้ำมีการจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ เว้นแต่ กรณีที่มีการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายกำหนด เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ตามหมายศาล หรือ คำสั่งศาล กรมทรัพยากรน้ำมีหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติตาม

๖. การจัดเก็บรวบรวม การใช้และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ
กรมทรัพยากรน้ำมีการจัดเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการเท่าที่จำป็นแก่ การให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวัตถุประสงค์ในการดาเนินงานของกรมทรัพยากรน้ำเท่านั้น และจะไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น รวมทั้งไม่อนุญาตให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ

๗. การเข้าถึง การแก้ไขให้ถูกต้อง และการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการให้ข้อมูลต่าง ๆ กับกรมทรัพยากรน้ำผ่านทางเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรน้ำและมีความประสงค์จะแก้ไขหรือ ปรับปรงุ ข้อมูลดังกล่าวให้ถูกต้องหรือให้ เป็นปัจจุบัน สามารถติดต่อกรมทรัพยากรน้ำได้ โดยช่องทาง เช่น เว็บไซต์ของกรมทรัพยากรน้ำที่ www.dwr.go.th หรือ ผ่านศูนย์ Call Center หมายเลข ๑๓๑๐ กด ๕ เป็นต้น

๘. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล กรมทรัพยากรน้ำปฏิบัติ ดังนี้
๘.๑ เสริมสร้างความสำนึกในการรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำ ด้วยการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ให้ความรู้ การจัดอบรม และจัดสัมมนา โดยเป็นไปตามประกาศกรมทรัพยากรน้ำ เรื่อง นโยบายการ ควบคุมการเข้าถึงระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ (Network Access Control) และประกาศกรมทรัพยากรน้ำเรื่อง โยบายและแนวปฏิบัติในการดำเนินการด้านธรรมาภิบาลลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance)
๘.๒ จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลใน การ ปฏิบัติงานในหน้าที่ในแต่ละลำดับชั้น และจัดให้มีการบันทึกและทำสำรองข้อมูล การเข้าถึงหรือการเข้าใช้งาน ในระยะเวลาที่เหมาะสม หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ในบางกรณี อาจจะใช้การเข้ารหัส SSL เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการส่งผ่านข้อมูล โดยเป็นไปตามประกาศกรมทรัพยากรน้ำ เรื่อง นโยบายการ ควบคุมการเข้าถึงระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ (Network Access Control) และประกาศกรมทรัพยากรน้ำ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการดำเนินการด้านธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance)
๘.๓ จัดให้มีการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง ด้านความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ หรือ ระบบสารสนเทศทั้งหมดอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
๘.๔ กำหนดให้มีการใช้มาตรการในการรักษาความลับ และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ส่วนบุคคลที่มีความสำคัญหรือเป็นข้อมูลที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการของกรมทรัพยากรน้ำ โดยเป็นไปตามประกาศกรมทรัพยากรน้ำ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติใน การดำเนินการด้านธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance)
๘.๕ ไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคคลซึ่งอายุไม้เกิน ๑๘ ปี หากทราบว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูล ส่วนบุคคลของบุคคลซึ่งอายุไม่เกิน ๑๘ ปี จะดำเนินการลบข้อมูลนั้นออกโดยเร็วที่สุด ซึ่งเว็บไซต์ของ กรมทรัพยากรน้ำเป็นเว็บไซต์สำหรับบุคคลทั่วไป ไม่ได้ออกแบบหรือมีเจตนาเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์

๙. การติดต่อกับกรมทรัพยากรน้ำ
ในกรณีผู้ใช้บริการมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมใด ๆ เกี่ยวกับนโยบายและ แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่
กรมทรัพยากรน้ำ เลขที่ ๑๘๐/๓ ซอยพิบูลวัฒนา ๑๓ ถนนพระราม ๖ พญาไท กทม. ๑๐๔๐๐

 
 
 

 

 



 

shadow

การค้นหาขั้นสูง

ข่าวประชาสัมพันธ์
รับสมัครงานและประกาศผล
ประกาศงานบุคคล
อบรม / สัมมนา
นิทรรศการ
ภาพกิจกรรม
รายงานสถานการณ์น้ำประจำวัน
รายงานสถานการณ์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยน้ำหลากในเขตพื้นที่ลาดเชิงเขา
รายงานสถานการณ์น้ำสถานีลุ่มน้ำ
รายงานระดับน้ำ CCTV
รายงานเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และแจ้งข้อมูลการเตือนภัย
รายงานการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ 24 ชั่วโมง
สถานการณ์ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำขนาดเล็ก ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สถานการณ์ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำขนาดเล็ก ในพื้นที่ภาคเหนือ
สถานการณ์ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำขนาดเล็ก ในพื้นที่ภาคตะวันตก
รายงานความช่วยเหลือ
คู่มือหรือมาตรฐานการปฏิบัติงาน
คู่มือหรือมาตรฐานการให้บริการ
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจการให้บริการ
มาตรการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ
มาตรการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วม
บทความ
งานวิจัย
ข้อมูลเกษตรแปลงใหญ่
การเรียนรู้ด้วยตนเอง
เอกสาร/วีดีทัศน์ เผยแพร่
ดาวน์โหลด
หน่วยงานภายใน
กระทรวง
หน่วยงานอื่นๆ
สมาคม/มูลนิธิ/เครือข่าย
นโยบายและมาตรฐานภาครัฐ
บริการภาครัฐ